กรุงโรม นครแห่งความโรแมนติก

โรม หรือ กรุงโรม เป็นชื่อของเมืองหลวงในประเทศอิตาลีบริเวณแคว้นลาซีโอซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ กรุงโรมนั้นจัดว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามและมีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกรวมถึงเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศ กรุงโรมมีหลักฐานว่าถูกก่อตั้งมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้วตั้งแต่ยุคสมัยโรมันมีสถานที่สำคัญและโบราณสถานต่างๆมากมาย เช่น สนามกีฬาโบราณโคลอสเซียม, มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ รวมถึงในกรุงโรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน เป็นสถานที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกซึ่งนับว่าเป็นศูนย์รวมของผู้นับถือศาสนานี้ กรุงโรมนั้นจัดว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามและทิวทัศน์ของนครที่เปรียบเสมือนกับความโรแมนติก จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาที่กรุงโรมจำนวนมากกว่าล้านคนในแต่ละ รวมถึงเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมีฮานีมูนของคู่รักอีกด้วยซึ่งภายในมีสถานที่ต่างๆที่สวยงาม อนุสรณ์สถาน พิพิธภัณฑ์ รวมถึงสถาปัตยกรรมของอาคารในสไตล์ความเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรมซึ่งในเมืองนี้มีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายตั้งแต่สถาปัตยกรรมยุคโบราณจนถึงปัจจุบันแต่ก็ยังคงความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ไม่ว่าจะเดินทางไปจุดไหนของเมืองก็จะเห็นอาคาร, รูปปั้น, น้ำพุ, รางน้ำ, จัสตุรัส ต่างๆที่สวยงามเสมือนเมืองสวรรค์ กรุงโรมนั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานมากจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าก่อนยุคอาณาจักรโรมันนั้นพื้นที่ของกรุงโรมนั้นมีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานมานานกว่า 14,000 ปีแล้วสันนิฐานว่าในช่วงยุคหินจากหลักฐานการพบหลักฐานของเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา และอาวุธหิน และในยุคอาณาจักรโรมันรุ่งเรืองนั้นเริ่มมีการก่อตั้งกรุงโรมขึ้นในช่วง 2,800 ปีก่อน ซึ่งโรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันกรุงโรมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ยังคงครองอันดับต้นๆของยุโรป โดยในปี 2008 กรุงโรมถูกจัดให้เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับที่ 11 ของโลกโดยมีนักท่องเที่ยวมากถึง 8 ล้านต่อปีที่เดินทางเข้าเยี่ยมชมกรุงโรม สถาปัตยกรรมของกรุงโรมนั้นจัดว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากของประเทศภายในกรุงโรมประกอบด้วยสถาปัตยกรรมทั้งโรมโบราณที่ยังมีให้ชมในปัจจุบันเช่น โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดสามารถจุผู้ชมได้ถึง 60,000 คน สันนิฐานว่าก่อสร้างในสมัยโรมัน นอกจากนี้ยังมีสถานที่อื่นๆเช่น  จัตุรัสโรมัน, Domus Aurea, แพนธีออน, คอลัมน์ทราจัน, Trajan’s Market, สุสานใต้ดิน เป็นต้น สถาปัตยกรรมยุคกลางจัดว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีมากที่สุดในกรุงโรม เช่น  มหาวิหารซานตามาเรียมายอเร และมหาวิหารเซนต์พอลนอกกำแพง รวมถึงโรมมีชื่อเสียงจากน้ำพุหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองซึ่งบอกถึงความสามารถในงานสร้างเครื่องมือส่งน้ำ รางน้ำต่างๆเพื่อใช้ในสาธารณูปโภคของชาวเมืองในสมัยนั้นด้วย

ซานโตรินี

ซานโตรินี หรือ ซันโดรีนี เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามมากแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน ประเทศกรีซ ซานโตรินี มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ธีรา เป็นเมืองที่มีความสวยงามและมีความโดดเด่นคืออาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมขอบผาบนเกาะซานโตรินีที่มีความกว้างเพียง 16 กิโลเมตร ทิวทัศน์ของเมืองซานโตรินีจัดว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงามมากและได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวให้เป็นเกาะสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 2 ของโลก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิตซึ่งบนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งคือ ยอดเขาโปรฟีติสอีเลียส ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเกาะ ซึ่งมีความสูงราว 567 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สำหรับเกาะซานโตรินีนั้นถือกำเนิดขึ้นจากการกระทำของธรณีภาคจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนเกิดเป็นเกาะขึ้นมาซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า เกาะนี้ราว 3,600 ปีก่อนคริสตกาลนั้นเคยมีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะโดยมนุษย์ที่กล่าวมาคือ ชาวฟินีเชียน และต่อมาหลังจากนั้น 3,000 ปีก่อนคริสตกาลนั้นได้มีชาวลาโคเนียนเข้ามาตั้งถิ่นฐานสันนิฐานว่าเป็นสมัยกษัตริย์ไมนอส ผู้ปกครองแห่งเกาะครีต ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลด้านศิลปะและวัฒนธรรมบนเกาะแห่งนี้จนเกิดเป็นอารยธรรมมิโนอัน นอกจากนี้นักธรณีวิทยาเชื่อว่าเกาะซานโตรินีเกิดการปะทุของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 1,650 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นที่ถกเถียงช่วงเวลาการปะทุที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งการปะทุที่รุนแรงนั้นก่อเกิดคลื่นสึนามิสูง 150 เมตรเคลื่อนตัวเข้าถล่มเกาะทำลายต้นไม้ บ้านเรือน และชาวเมืองจนสิ้นในชั่วข้ามคืนซึ่งการระเบิดทำให้เกาะจมหายไปในทะเล หลักฐานทางประวัตินี้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงของเพลโตในการเขียนตำนานแอตแลนติส ซึ่งเกี่ยวเนื่องจากอารยธรรมมิโนอันที่ล่มสลาย ทั้งนี้จากการล่มสลายของอารยธรรมดังกล่าวนั้นทำให้นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งคิดริเริ่มติดตามค้นหาอารยธรรมที่สาบสูญ ในปี ค.ศ. 1860 มีการขุดค้นบริเวณที่ถูกเถ้าถ่านและลาวาทับถม พบอาคารบ้านเรือน วิหารเทพเจ้า หลุมฝังศพในหุบเขา โรงละคร และข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของยุคสำริด  ปัจจุบันเกาะซานโตรินีเป็นเกาะใหม่ที่เกิดจากการปะทุของลาวาและการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนดันแผ่นดินขึ้นมาบนผิวทะเล ปัจจุบันเมืองซานโตรินีจัดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคู่รัก ด้วยเมืองที่มีอาคารรูปทรงแปลกตาและมีสีขาวของอาคาร มียอดเป็นโดมสีน้ำเงิน รวมถึงตัวอาคารที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาลดหลั่นลงมาสวยงาม

เที่ยวรถไฟสายโรแมนติก ญี่ปุ่น

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดโรแมนติกซึ่งจัดว่าต้องไปชมให้ได้สักครั้งอย่าง ทางรถไฟสายโรแมนติกชมความงามของธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทางรถไฟสายโรแมนติกนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นย่านชานเมืองอาราชิยาม่าเป็นเขตสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองที่มีความสวยงามของภูเขา, แม่น้ำและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งทางรถไฟสายดังกล่าวนั้นเป็นทางรถไฟท้องถิ่นของเมืองเกียวโตซึ่งสมัยก่อนใช้เดินทางไปยังเมืองอีกเมืองหนึ่งซึ่งต้องลัดเลาะไปตามภูเขา ต่อมามีการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเดินทางได้รวดเร็วกว่า สายรถไฟสายนี้จึงถูกยกเลิกแต่ยังคงใช้เดินทางไปยังหมู่บ้านอีกแห่งในหุบเขา ต่อมาบริษัทรถไฟชื่อดังของเกียวโต Sagano Torokko/ Sagano Romantic Train ได้เข้ามาซื้อกิจการและเปิดบริการเป็นรถไฟนำเที่ยวชมธรรมชาติโดยวิ่งระหว่างสถานี Saga Torokko และ Kameoka Torokko ความยาวทั้งสิ้น 7.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรถไฟที่ดัดแปลงจากรถไฟดั้งเดิมโดยการต่อเติมให้มีตู้โบกิ้งกระจกขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวธรรมชาติอย่างเต็มตา โดยรถไฟสายนี้จะวิ่งด้วยความเร็วที่ 25 กม./ชม. สำหรับทางรถไฟสายดังกล่าวนั้นเปิดบริการให้ชมความงามทั้ง 4 ฤดู ไม่ว่าจะเป็น ซากุระช่วงใบไม้ผลิ, ต้นใบเขียวขจีช่วงฤดูร้อน, ใบไม้แดงช่วงใบไม้ร่วง, และหิมะขาวโพลนช่วงฤดูหนาว แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวมากที่สุดคือช่วงปลายฤดูฝนจะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง, สีส้ม, สีเหลือง เต็มสองข้างทางให้ความสวยงามและความโรแมนติกอย่างมากสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวมากมายที่เดินทางมาใช้บริการรถไฟนำเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ นอกจากชมใบไม้แดงแล้วยังมีทิวทัศน์ของภูเขาโฮซุเคียวและแม่น้ำเบื้องล่างที่ใสสะอาดสีน้ำเงินสวยงามมาก เรียกได้ว่าประทับใจนับตั้งแต่ออกจากสถานีเริ่มต้นจนสิ้นสุดสถานีเลยก็ว่าได้ นอกจากความงามของทางรถไฟสายโรแมนติกแล้ว ย่านอาราชิยาม่าจัดว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของเมืองเกียวโต ภายในมีธรรมชาติที่หลากหลายเช่น ป่าไผ่ที่ขึ้นยังสวยงามสองข้างทางถึง 500 เมตร สะพานไม้ประวัติศาสตร์ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และจุดชมวิวธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำรวมถึงได้เรียนรู้ชีวิตของชาวเมืองท้องถิ่นในย่านนี้นอกจากเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติและรถไฟสายโรแมนติกที่ย่านอาราชิยาม่าแล้ว เมืองเกียวโตยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายในเมืองให้เราได้เที่ยวชมกัน เช่น วัดต่างๆ  ศาลเจ้า  และปราสาทซึ่งเป็นจุดเด่นหลักของเมืองเกียวโต รวมถึงย่านถนนคนเดินที่มีของกิน ของที่ระลึกให้เลือกซื้อจำนวนมาก

ชมวิว 360 องศาที่ตึกวันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

นอกจากสถานที่ชมความงามของธรรมชาติสุดโรแมนติกแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวเมืองใหญ่ที่สวยงามยามค่ำคืนก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยอีกหนึ่งจุดชมวิวอย่าง ตึกวันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ตึกระฟ้าแห่งนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา จัดว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา อาคารวันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์นั้นเดิมทีมีชื่อว่า ฟรีดอมทาวเวอร์ เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่เดิมของกลุ่มอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งเกิดการก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 จนอาคารถล่มพังเสียหายทั้งหมด ซึ่งอาคารวันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างขึ้นในจุดของอาคารที่สามห่างจากอนุสรณ์สถานอาคารหนึ่งและอาคารสอง ในพื้นที่ 16 เอเคอร์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้มีความแข็งแรงและทนต่อเพลิงไหม่รุนแรงรวมถึงมีจุดปลอดภัย การออกแบบโครงสร้างที่อาคารทนต่อการถล่มจากเพลิงไหม้รวมถึงออกแบบให้ทนต่อแผ่นดินไหวระดับ 8 อีกด้วย วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เริ่มก่อสร้างโดยเริ่มวางรากฐานเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2006 ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดตัวในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2014 ภายในอาคารใช้เป็นอาคารสำนักงานและหอวิทยุสื่อสาร รวมถึงจุดชมวิวของนครนิวยอร์คและอ่าวแมนฮัตตันโดยรอบถึง 360 องศา ตัวอาคารออกแบบในรูปทรงแบบเลขาคณิตและประกอบกระจกทั้งหมด ด้านบนอาคารมีโดมซึ่งเป็นจุดของเสาสัญญาณสื่อสารและสังเกตการณ์ ตัวอาคารมีทั้งหมด 94 ชั้น มีความสูง 541 เมตร ถูกจัดให้เป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2013 หลังจากเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เดิมถูกทำลายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ทางคณะผู้บริหารและผู้ว่าการรัฐได้มีการประชุมเรื่องของการสร้างอาคารหลังใหม่ทันที ต่อมาในปี 2003 บริษัทพัฒนาโลว์เออร์แมนฮัตตัน ได้มีการเสนอแข่งขันให้ออกแบบอาคารหลังใหม่ แต่ทว่ายังไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในเมืองเนื่องจากยังคงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นาน โครงการดังกล่าวจึงมีการยืดเยื้อมาเรื่อยๆ หลังจากพื้นที่ของอาคาร 1 และ 2 หลังเดิมถูกสร้างเป็นอนุสรณ์สถานและยังมีพื้นที่ของกลุ่มอาคารหลังเดิมที่ถูกทำลายได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สร้างอาคารใหม่จากเดิมพื้นที่อาคาร 1 และ 2 มาเป็นกลุ่มอาคาร 3 ถึง 7 โดยการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อว่า David Childs และวิศวกรจาก WSP Cantor Seinuk ซึ่งการออกแบบโครงการตึกนั้นมีความยืดยุ่นของโครงสร้างความแข็งแรงของตัวอาคารและความปลอดภัยทั้งในด้านประสบเหตุการก่อวินาศกรรม ทางหนีไฟ ระบบป้องกันไฟและโครงสร้างเหล็กที่มีความทนทานต่ออุณหภูมิของไฟอีกด้วย เสริมด้วยคอนกรีตแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ หนา 1 เมตร หุ้มรอบแกนฉุกเฉิน สปริงเกอร์ และบันไดสำหรับหน่วยกู้ภัย ซึ่งจัดว่าเป็นอาคารที่มีระบบความปลอดภัยสูงที่สุดในโลกเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนวันที่ 11 กันยายน 2001